แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครือข่ายสังคมออนไลน์จีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครือข่ายสังคมออนไลน์จีน แสดงบทความทั้งหมด

9 เม.ย. 2554

Weibo เปลี่ยนโดเมน เตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น

Image: techrice.com

มีข่าวว่าเว็บ Microblog อันดับหนึ่งของจีนที่ชื่อว่า Weibo (เวยป๋อ) กำลังจะเปลี่ยนโดเมนเนมจาก t.sina.com เป็น weibo.com

ผมเคยเขียนถึงเว็บ Weibo ไปแล้วครั้งหนึ่ง พูดถึงที่มาและความสำเร็จของเครือข่ายนี้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เว็บนี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาจีนว่า 新浪微博 (ซินลั่งเวยป๋อ) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "เวยป๋อ" ซึ่งแปลตรง ๆ ว่า microblog และมีรูปแบบคล้าย ๆ กับ Twitter

Weibo เป็นบริการที่อยู่ภายใต้ Sina.com เว็บข่าวสารออนไลน์อันดับหนึ่งของจีน จึงใช้ url ที่เป็น subdomain ของ Sina.com มาแต่ต้น

ข่าวการเปลี่ยนโดเมนนี้ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการแยกเว็บ Weibo ออกมาจาก Sina.com ก็เพื่อเตรียมตัวนำ Weibo เข้าตลาดหุ้น อันเป็นเป้าหมายระยะยาวของผู้ลงทุนในเว็บสังคมออนไลน์อยู่แล้ว

ในบทความที่ผมนำมาเสนอนี้ Wei Wuhui บล็อกเกอร์ที่เป็นนักวิชาการด้านสื่อแห่งมหาวิทยาลัยชื่อดังในเซี่ยงไฮ้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนโดเมนครั้งนี้ เขากล่าวว่า จริงอยู่ที่ microblog เป็นเรื่องที่ฮ็อตสุด ๆ ในโลกออนไลน์ของจีนขณะนี้ แต่มันจะได้รับความนิยมไปอีกนานเท่าใดไม่มีใครบอกได้ ดังนั้น โดเมน Weibo.com จึงมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะกลายเป็นโดเมนเน่าหาก microblog เสื่อมความนิยมลง (weibo ในภาษาจีนแปลว่า microblog) และหากเป็นเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องยากที่จะปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้เข้ากับยุคสมัยสำหรับชื่อโดเมนที่เฉพาะเจาะจงแบบนี้

ตัวอย่างของปัญหาทำนองนี้ก็มีให้เห็นแล้วในกรณีของ blogger.com ซึ่งเมื่อมันเสื่อมความนิยมลงแล้วก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้ จนกลายเป็นแค่บริการอย่างหนึ่งในเครือของ Google เท่านั้น ไม่สามารถเป็นเว็บไซต์ที่ทำรายได้ให้แก่ผู้ลงทุนได้

ที่ผ่านมาบริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีนมีแต่นำชื่อเว็บไซต์มาเชื่อมโยงกับบริการเพื่อให้คนจดจำ เช่น 百度一下 (ลองไป่ตู้ดูสิ) ซึ่งหมายถึงว่า ลองค้นหาในไป่ตู้ดูสิ เป็นต้น แต่เรายังไม่เคยเห็นเว็บไซต์ที่นำชื่อบริการมาเป็นชื่อเว็บไซต์แบบที่ Weibo กำลังจะทำนี้เลย

สำหรับโดเมน Weibo.com จะประสบความสำเร็จได้มีอยู่ทางเดียวคือ microblog สามารถเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ได้จริง ซึ่งถ้าทำสำเร็จ Sina ซึ่งเป็นเจ้าของ Weibo ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใจว่าหาก microblog ล้าสมัยแล้วจะทำอย่างไร แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันยังไม่มีวี่แววแม้แต่น้อยเลยว่ากลุ่มผู้บริหารเว็บ Weibo จะคิดหาโมเดลธุรกิจที่จะสร้างรายได้สำหรับเว็บได้

ตอนนี้รูปแบบของ microblog ยังคงเป็นแค่ชื่อเสียงที่ร่ำลือกันในวงการ แต่ยังไม่มีลู่ทางที่จะหารายได้ได้จริงเลย

คำถามมีอยู่ว่า การเป็นเว็บ microblog ที่ใหญ่ที่สุดของจีนแล้วยังไง หากว่ายังไม่มีโมเดลทางธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้จริง และถ้าบังเอิญมีเทรนด์ใหม่อย่างอื่นเกิดขึ้นในวงการอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้ก็จะเฮละโลกันไปเห่อของเล่นใหม่ แล้วจะเอาโดเมน weibo.com ไปทำอะไรได้

ผมคิดว่าการวิเคราะห์ข้างต้นก็เป็นประโยชน์กับผู้ที่คิดจะทำเว็บไซต์ภาษาจีนโดยทั่วไปด้วย เป็นแง่คิดอย่างหนึ่งในการเลือกโดเมนเนมได้ครับ แต่คงจะเหมาะกับการทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการสร้างแบรนด์ในระยะยาวมากกว่าเว็บไซต์เล็ก ๆ ที่นำเสนอเรื่องที่เฉพาะเจาะจงและหวังผลทางด้าน SEO ในระยะเวลาสั้น ๆ

ที่มา Weiwuhui.com

14 มี.ค. 2554

Renren (เหรินเหริน) คือ Facebook ของคนจีน


Renren.com ได้รับการกล่าวอ้างจากหลายแห่งว่าเป็นเว็บ Social network ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยตัวเลขจำนวนสมาชิกกว่า 160 ล้านคน และกำลังจะเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นที่อเมริกากลางปีนี้

ที่มาของเว็บไซต์สังคมออนไลน์แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2005 โดยนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัว (มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนในกรุงปักกิ่ง) ได้สร้างเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Xiaonei.com (เซี่ยวเน่ย - แปลตรง ๆ ว่าในโรงเรียน) สำหรับเป็นเวบสังคมออนไลน์ของกลุ่มเพื่อนในมหาวิทยาลัย ในขณะที่ Mark Zuckerberg บิดาของ Facebook เพิ่งสร้างเว็บไซต์ของเขาที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดในอเมริกาได้เพียงหนึ่งปี

เว็บ Xiaonei.com มีหน้าตาคล้ายกับ Facebook มาก จนบางคนเรียกว่าเป็น Copycat ของ Facebook แต่มันก็ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนักศึกษาจีน ต้องขอบคุณรัฐบาลจีนที่บล็อคเว็บไซต์ Facebook ทำให้ Xiaonei ไม่ต้องแข่งขันกับเว็บต้นแบบของตัวเอง

ในปี 2006 เว็บ Xiaonei ถูกซื้อไปโดยบริษัท Oak Pacific Interactive และในเดือนสิงหาคม 2009 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Renren (เหรินเหริน - ทุก ๆ คน) รวมทั้งเปลี่ยนโดเมนเป็น www.renren.com

บริษัท Oak Pacific Interactive ยังเป็นเจ้าของเว็บ Social network อีกแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Kaixin.com (ไคซิน) ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2008 และมีฐานสมาชิกประมาณ 7 ล้านคน ซึ่งต่อมา Oak Pacific Interactive ได้ประกาศรวมเว็บไซต์สองแห่งเข้าด้วยกัน โดยสมาชิกเว็บหนึ่งสามารถใช้งานเว็บไซต์อีกเว็บหนึ่งได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำอีกครั้ง

เช่นเดียวกับ Facebook เว็บ Renren มีรายได้มาจากค่าโฆษณา ซึ่งมียอดขายโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในแต่ละปี บริษัทเริ่มขายพื้นที่โฆษณาครั้งแรกในปี 2008 และมีการคาดการณ์ว่าจะมียอดขายโฆษณาสูงถึง 13,000 ล้านเหรียญในปี 2014

ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์ Renren.com จึงเป็นที่สนใจอย่างมากของนักการตลาดและเอเยนซี่โฆษณาที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายในประเทศจีน

ผมได้ทดลองสมัครเป็นสมาชิกของเว็บ Renren.com ดูเหมือนกัน น่าสนใจตรงที่ผมสามารถระบุที่อยู่เป็นประเทศไทย และมีชื่อมหาวิทยาลัยในประเทศไทยให้เลือกในโปรไฟล์ด้วยครับ นอกจากนี้ผมยังเห็นดาราไทยหลายคนมี Fan page อยู่ในนั้นแถมมีแฟน ๆ ชาวจีนเยอะซะด้วย

หากคุณเชี่ยวชาญการทำตลาดบน Facebook อาจจะนำมาประยุกต์ใช้กับ Renren เพื่อทำการตลาดในประเทศจีนบ้าง อาจจะเวิร์คก็ได้ ของแบบนี้มันต้องลอง